วางแผนการเงินกับ คุณนายตุ๊กติ๊ก EP.4 Investment

อ่าน 879


ฉบับย่อ

ส่วนของการลงทุนนั้นเพื่อเน้นย้ำว่า เป้าหมายของการลงทุนคือการมีอิสรภาพทางการเงิน ซึ่งจะเกิดไม่ได้เลยถ้าสินทรัพย์เพื่อการลงทุนของเราไม่มากพอ อีกทั้งการกระจายการลงทุนที่ดี เหมาะสมกับความเสี่ยงของตัวเองและมีการจัดการ 3 M (Method , Money Management, Mindset)ที่เป็นระบบ จะช่วยให้การลงทุนไปถึงเป้าหมายได้


 

EP.4 Investment : วางแผนลงทุน

เป้าหมายคือ อิสรภาพทางการเงิน

               อิสรภาพทางการเงิน การที่เรามีมูลค่าของทรัพย์สินมากพอในการดำเนินชีวิตโดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับรายได้ การจ้างงาน ซึ่งผู้ที่มีอิสภาพทางการเงินต้องมีสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดกระแสเงินสดอย่างน้อยต้องเท่ากับรายจ่าย (รายได้ที่เข้ามาทางอ้อมเราเรียกว่า Passive Income หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า 'ให้เงินทำงาน'

ก่อนที่เราจะลงทุนเราต้องประเมินความเสี่ยงตนเอง

ประโยชน์ของการประเมินความเสี่ยงตนเอง คือ

 1.ทำให้เรารู้ว่าเราเหมาะสมต่อการลงทุนแบบใด

 2.เป็นการปกป้องไม่ให้นักลงทุน ลงทุนเกินความเสี่ยงที่รับได้

 ระดับความเสี่ยงที่ประเมินได้ จะจัดระดับ Product ทางการเงินที่ แนะนำตามระดับความเสี่ยงมาให้

ซึ่งคำพูดหนึ่งเรามักจะได้ยินติดหูบ่อยๆ คือ 'ความเสี่ยงกับผลตอบแทน High Risk High Return'

แต่ที่ถูกต้องเราควรใช้คำว่า High Risk อาจจะ High Return

อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ที่ตลาดมีความผันผวนเช่นในปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยในตลาดเริ่มกลับมาเป็นขาขึัน ทำให้หลังจากนี้สินค้าทางการเงินที่มีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าอาจจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าได้เช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยลดความผันผวนจากการลงทุนของเราได้ดีจึงเป็นเรื่องของ 'การกระจายการลงทุน' ซึ่งจะกล่าวต่อไป

 

Risk Profile & Product ทางการเงิน

   เมื่อเราประเมินแล้วว่าตัวเราเป็นผู้ที่ได้รับความเสี่ยงได้ในระดับใด ลำดับต่อมาเราต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้าทางการเงินซึ่งแต่ละประเภทก็จะถูกจัดระดับความเสี่ยงไว้เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่าง Risk Profile & Product ทางการเงิน         

1. ความเสี่ยงต่ำ : ต้องการผลตอบแทนจากลงทุนมากกว่าเงินฝาก ไม่ต้องการความเสี่ยงและต้องการลงทุนในระยะสั้นๆ  เช่น กองทุนตลาดเงินในประเทศ พันธบัตรรัฐบาล

2. ปานกลางค่อนข้างต่ำ : รับความเสี่ยงได้เล็กน้อย เน้นปกปิดเงินลงทุน มุ่งหวังผลตอบแทนสม่ำเสมอจากการลงทุน เช่น ตราสารหนี้นระยะกลาง

3.ปานกลางค่อนข้างสูง : รับความได้เพิ่มขึ้น สามารถยอมรับมูลค่าการลงทุนที่ลดลงเป็นครั้งคราวได้ เช่น ตราสารหนี้ระยะยาว กองทุนผสม ตราสารหนี้ต่างประเทศ

4.ความเสี่ยงสูง : ยอมรับความผันผวนของตลาดได้และยอมรับการขาดทุนได้ มุ่งหวังการเติบโตของเงินลงทุนและผลตอบแทนในระยะยาว เช่น กองทุนรวมตราสารทุน หุ้น  REIT

5.ความเสี่ยงสูงมาก : ยอมรับการขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญได้ หากมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงจากการลงทุน เช่น กองทุนตามหมวดอุตสาหกรรม กองทุนทางเลือก


Asset Allocation

   อย่าใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว น่าจะเป็นคำพูดที่คลาสสิกแต่เราจะเห็นว่านั่นคือ เรื่องจริง !!

เพราะถ้าเราวางแรงไข่อาจจะแตกได้มากกว่า 1 ฟองหรือทั้งหมด เปรียบได้กับการลงทุน หากเราไม่กระจายการลงทุน แต่เลือกที่จะลงทุนทั้งหมดในสิ่งที่เราชอบ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น โรคระบาดในที่ผ่านมาอาจทำให้ พอร์ตเกิดความเสียหาย

          Asset Allocation ที่ได้รับความนิยม จะจัดสรรตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน และประมาณการผลตอบแทนจากอดีต เช่น

- พอร์ตเสี่ยงต่ำ ลงทุนในหุ้น 10-50% , ตราสารหนี้อื่นๆ 50-90%

- พอร์ตเสี่ยงกลาง  ลงทุนในหุ้น 40-80% ตราสารหนี้,อื่นๆ 20-60%

- พอร์ตเสี่ยงสูง ลงทุนในหุ้น 70-100% ตราสารหนี้,อื่นๆ 0-30%


        Asset Allocation กระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนตามช่วงวัย รูปแบบเดิมๆ ตัวอย่าง

- วัยเริ่มต้นทำงาน : รับความเสี่ยงได้สูง ลงทุนในหุ้น,ทางเลือก 90 % ตราสารหนี้ 10%

- วัยสร้างครอบครัว : รับความเสี่ยงได้ปานกลาง-สูง ลงทุนในหุ้น,ทางเลือก 40-50% ตราสารหนี้ 60-50 %

- วัยมั่นคง :  รับความดีได้ปานกลาง-ต่ำ ลงทุนในหุ้น,ทางเลือก 30% ตราสารหนี้ 70%

- วัยเกษียณ : รับความเสี่ยงได้ต่ำ ลงทุนในหุ้น,ทางเลือก 10% ตราสารหนี้ 90%

 

และแม้ว่าเราจะจัดพอร์ตเราได้ดีอย่างไร ในโลกของการลงทุนจะมี 3 สิ่ง ที่เราคิดว่านักลงทุนต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนเทรด


วางแผนเทรดทุกการลงทุน (3M)

พื้นฐานในการลงทุนที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องประกอบด้วย 3M คือ

Method

  ทุกคนต้องมีวิธีการลงทุนเป็นของตัวเอง เพราะทุกวิธีการนั้นมีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป เทคนิคขึ้นอยู่ว่าเราถูกจริตกับแบบไหน เทคนิคลงทุนสั้นและยาวก็แตกต่างกัน

Money management

  สำคัญที่สุด คือ รักษาเงินลงทุนให้ได้ การรักษาเงินลงทุนนั้น มาจากการจัดการความเสี่ยงที่ดี สามารถประคองพอร์ตให้เติบโตได้อย่างเหมาะสม มีแผนการลงทุนที่ชัดเจน

Mindset

  การที่จะรักษาระดับจิตใจให้อยู่ในมาตรฐานการลงทุนต้องอาศัย Mindset ทางจิตวิทยาที่ดี เพราะในตลาดนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์มากมายทั้ง โลภ กลัว กังวล เครียด ต่างๆ ดังนั้น ต้องใช้จิตวิทยาที่เหมาะสม เข้าใจกลยุทธ์ ทั้งนี้มาจากความรู้และประสบการณ์ที่มากพอ

และสุดท้ายหากเราต้องการมี Passive Income เราต้องมีสินทรัพย์ลงทุนไม่ต่ำว่า 50% ของสินทรัพย์ทั้งหมด หรือให้ Passive Income ในแต่ละเดือนมากกว่ารายจ่ายของแต่ละเดือน (ยิ่งมากยิ่งดี)



ประกันโรคร้ายแรง    ประกันควบการลงทุน    ประกันลดหย่อนภาษี    วางแผนมรดก    ลงทุน    จัดการภาษี    การออมเงิน    วางแผนการเงิน   
อ้างอิง