

รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ในวันนี้ระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์ 33 จาก 44 รายในโพลล์คาดว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย Bank Rate 0.25% สู่ 1.00% ในการประชุมวันที่ 5 พ.ค. แต่นักเศรษฐศาสตร์ 10 จาก 44 รายคาดว่า บีโออีจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75% ตามเดิม และมีนักเศรษฐศาสตร์ 1 รายที่คาดว่า บีโออีจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนพ.ค. โดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้าจะถือเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน ทั้งนี้ โพลล์นี้จัดทำจากการสอบถามความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ในวันที่ 19-25 เม.ย. โดยโพลล์คาดว่า บีโออีจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ 1.25% ในไตรมาสสาม และจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ 1.50% ในช่วงต้นปี 2023 และจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.50% จนถึงสิ้นปี 2023 อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์มีความเห็นที่ค่อนข้างก้ำกึ่งสำหรับอัตราดอกเบี้ยในช่วงสิ้นปีนี้ โดยนักเศรษฐศาสตร์ 17 รายคาดว่า อัตราดอกเบี้ยอาจจะอยู่ที่ 1.25% ในช่วงสิ้นปีนี้ แต่มีนักเศรษฐศาสตร์ 10 รายที่คาดว่า อัตราดอกเบี้ยอาจจะอยู่ต่ำกว่า 1.25% และมีนักเศรษฐศาสตร์ 20 รายที่คาดว่า อัตราดอกเบี้ยอาจจะอยู่สูงกว่า 1.25% ในช่วงสิ้นปีนี้ โดยตัวเลขคาดการณ์สูงสุดในโพลล์อยู่ที่ 3.00% สำหรับช่วงสิ้นปีนี้
อัตราเงินเฟ้อในอังกฤษเพิ่งพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 30 ปีที่ 7.0% ในเดือนมี.ค. และโพลล์คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะพุ่งสูงขึ้นไปอีกในไตรมาสนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ภาคครัวเรือนอังกฤษเผชิญกับแรงกดดันจากค่าครองชีพมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดทำตัวเลขนี้ในทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา ในขณะที่ภาคครัวเรือนได้รับแรงกดดันจากปัจจัยหลายประการด้วยกัน ซึ่งรวมถึงปัญหาการขาดตอนในห่วงโซ่อุปทานที่เป็นผลจากวิกฤติโรคระบาด, จากสงครามยูเครน และจากมาตรการล็อกดาวน์ในจีน, ปัญหาค่าพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น และปัญหาการปรับขึ้นภาษีในอังกฤษ ทั้งนี้ เมื่อนักเศรษฐศาสตร์ได้รับคำถามว่า วิกฤติค่าครองชีพจะส่งผลกระทบมากน้อยเพียงใดต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ นักเศรษฐศาสตร์ 4 จาก 22 รายก็ตอบว่า จะส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อย, 17 จาก 22 รายตอบว่าส่งผลกระทบอย่างรุนแรง และ 1 รายตอบว่าส่งผลกระทบอย่างรุนแรงมาก นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์กว่าครึ่งหนึ่งยังระบุอีกด้วยว่า จะต้องใช้เวลานานกว่า 1 ปีก่อนที่วิกฤติค่าครองชีพจะบรรเทาลงอย่างเห็นได้ชัด
โพลล์คาดว่า อัตราเงินเฟ้ออังกฤษอาจจะพุ่งขึ้นสู่ 8.4% ในไตรมาสนี้ ซึ่งสูงกว่า 4 เท่าของระดับเป้าหมายที่บีโออีตั้งไว้ที่ 2.0% และปรับขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 7.7% ในโพลล์เดือนมี.ค. โดยโพลล์ล่าสุดยังคาดการณ์อีกด้วยว่า อัตราเงินเฟ้ออังกฤษจะลดลงสู่ 7.9% ในไตรมาส 3 และจะปรับลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงหลายไตรมาสข้างหน้า และจะเข้าใกล้ระดับ 2% ในช่วงสิ้นปี 2023
โพลล์คาดว่า เศรษฐกิจอังกฤษอาจขยายตัวเพียง 0.1% ในไตรมาสนี้ โดยปรับลดลงจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ +0.4% ในโพลล์เดือนมี.ค. และคาดว่าเศรษฐกิจอาจขยายตัว 0.3% ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปีนี้ นอกจากนี้ โพลล์ยังคาดการณ์อีกด้วยว่า เศรษฐกิจอังกฤษอาจจะขยายตัว 3.8% ในปีนี้ และ 1.7% ในปีหน้า โดยเทียบกับโพลล์เดือนม.ค.ที่คาดว่า เศรษฐกิจอังกฤษอาจจะขยายตัว 4.5% ในปีนี้
ในสัปดาห์ที่แล้วกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพิ่งปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอังกฤษประจำปี 2022 ลงสู่ 3.7% จากเดิมที่เคยคาดไว้ที่ 4.7% ในเดือนม.ค. และไอเอ็มเอฟคาดว่า เศรษฐกิจอังกฤษอาจเติบโตเพียง 1.2% ในปี 2023