SMA
Simple Moving Average
เป็นเส้นค่าเฉลี่ยที่ให้ความสำคัญในแต่ละวันเท่าๆกัน จึงทำให้ Simple Moving Average ค่อนข้างไม่แกว่งตัวตามราคาปัจจุบัน ทำให้เส้นค่าเฉลี่ยนี้ค่อนข้างนิ่ง ไม่ไหวตัวตามราคาปัจจุบันมากนัก
การคำนวน Simple Moving Average
MA = ผลรวมของราคาปิด, จุดสูงสุด, จุดต่ำสุด/ช่วงเวลาที่ต้องการ
ตัวอย่างจะนำเอาแค่ราคาปิดมาคำนวณเพียงอย่างเดียว เพื่อที่จะให้ง่ายต่อการคำนวณ แต่ในสูตรการคำนวณจริงจะนำ จุดสูงสุด, จุดต่ำสุดมาคำนวณด้วย
โดยใช้ข้อมูลวันที่ 1-3 มกราคา 2562 (ข้อมูลสมมุติ)
วันที่ 1 มกราคา 2560 มีราคาปิดเท่ากับ 12
วันที่ 2 มกราคา 2560 มีราคาปิดเท่ากับ 17
วันที่ 3 มกราคา 2560 มีราคาปิดเท่ากับ 13
สูตรคำนวณ SMA = 12+17+13/3
SMA = 14
ดังนั้น SMA(3) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 14
EMA
Exponential Moving Average
EMA เป็นประเภทที่มีคนใช้งานมากที่สุดและได้รับความนิยมสูงที่สุด
การคำนวน EMA = [(ค่าราคาปิด – ค่า EMA ในวันที่ผ่านมา) *ค่าถ่วงน้ำหนัก(Alpha) + ค่า EMA ในวันที่ผ่านมา]
ในตัวอย่างขอนำแค่ราคาปิดมาคำนวณ เพื่อให้เห็นวิธีการทำงานของมันเฉยๆ
เพราะในตลาดจริงเราก็ไม่ได้คำนวณเอง
-กำหนดให้ EMA ในวันที่ผ่านมามีค่าเท่ากับ 11
-ค่าน้ำหนัก(Alpha) = 2/3+1
-ค่าน้ำหนัก(Alpha) = 0.5
โดยใช้ข้อมูลวันที่ 1-3 มิถุนายน 2561 (ข้อมูลสมมุติ)
วันที่ 1 มิถุนายน 2561 มีราคาปิดเท่ากับ 12
EMA = [(12-11)*0.5 + 11]
EMA = 11.5
วันที่ 2 มิถุนายนา 2561 มีราคาปิดเท่ากับ 17
EMA = [(17-11.5)*0.5 + 11.5]
EMA = 14.25
วันที่ 3 มิถุนายน 2561 มีราคาปิดเท่ากับ 13
EMA = [(12-14.25)*0.5 + 14.25]
EMA = 13.13
ดังนั้น EMA(3) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 13.13
WMA
Weighted Moving Average
เป็นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบถ่วงน้ำหนักแบบหนึ่ง ที่นำเอาวิธีทางสถิติมาปรับให้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ของราคาเร็วขึ้น โดยการจัดสรรน้ำหนักให้แก่ข้อมูลแตกต่างกัน ข้อมูลที่เพิ่งเกิดขึ้นล่าสุด จะได้รับการถ่วงน้ำหนักมากกว่าข้อมูลในอดีตนานมาแล้ว
ไม่ค่อยได้รับความนิยม
ประโยชน์ของ Moving Average(MA)
1. ใช้ Moving Average ดูแนวโน้มของราคา

2. ใช้ Moving Average เพื่อหาแนวรับ-แนวต้านของราคา
3. ใช้ Moving Average เพื่อดูโมเมนตัมของราคา
โมเมนตัม (Momentum) คือความสามารถของราคาในการเคลื่อนที่ตามแนวโน้ม ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆคือ ใช้ดูว่าราคามีโอกาสเปลี่ยนแนวโน้มหรือยัง ซึ่งเส้น Moving Average ที่ใช้ดูโมเมนตัมของราคาจะนิมยมใช้ตัว EMA เราจะใช้อยู่ดูโมเมนตัมของราคาอยู่ 3 เส้น
ในตัวอย่าง ใช้ 3 เส้นดังนี้
1.EMA(20) = เขียว
2.EMA(50) = ม่วง
3.EMA(100) = แดง
แนวโน้มขาขึ้น Uptrend
ลักษณะของแนวโน้มขาขึ้นคือ เส้น Moving Average ที่มีค่าน้อยจะอยู่ข้างบน เส้น Moving Average ที่มีค่ามากจะอยู่ข้างล่าง
แนวโน้มขาลง Downtrend
ลักษณะของแนวโน้มขาขึ้นคือ เส้น Moving Average ที่มีค่าน้อยจะอยู่ข้างล่าง เส้น Moving Average ที่มีค่ามากจะอยู่ข้างบน
4. ใช้ Moving Average เพื่อหาสัญญาณซื้อขายในการทำกำไร
Moving Average สามารถใช้หาสัญญาณซื้อขายได้หลากหลายวิธี แต่ในตัวอย่างนี้ผมจะใช้เส้น Moving Average ประเภท EMA 2 เส้นในการหาสัญญาณ ได้ EMA(20) เส้นสีเขียว, EMA(50) เส้นสีแดง