

ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)
1. ความตึงเครียดในตะวันออกกลางหนุนแรงซื้อทองคำ
ตลาดตอบสนองต่อคำแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายบุคลากรของสหรัฐฯ ออกจากพื้นที่ตะวันออกกลาง หลังจากที่อิหร่านออกมาแถลงเตือนว่าอาจโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ หากการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ล้มเหลว โดยการเจรจารอบที่ 6 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 15 มิถุนายน ที่กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน
แม้จะยังไม่มีสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ แต่ความไม่แน่นอนดังกล่าวได้กระตุ้นให้นักลงทุนหันมาถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่ตลาดมีความเสี่ยง
2. ความหวังเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยของเฟด
อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำคือ ความคาดหวังที่ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน หลังการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพฤษภาคมที่เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 0.2% บ่งชี้ถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่เริ่มอ่อนแรง
การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)
จากกราฟราคาทองคำในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง พบว่า:
- ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องภายใน Channel ขาขึ้น อย่างชัดเจน โดยขณะนี้ราคากำลังทดสอบแนวต้านบริเวณ 3,433.94 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเดิม
- EMA 50 (3,349.45) ยังคงหนุนแนวโน้มขาขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ และราคายืนเหนือเส้น EMA ได้อย่างแข็งแกร่ง
- RSI ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 70.44 ซึ่งอยู่ในโซน Overbought แสดงถึงความร้อนแรงของตลาดในช่วงสั้น และอาจมีการย่อตัวเพื่อปรับฐานได้
- แนวรับสำคัญถัดไปอยู่ที่ 3,394.31, 3,349.69 และ 3,293.54 ตามลำดับ หากราคาย่อลงมา
แผนเทรดที่แนะนำ
กรณี 1: รอ Sell หากราคายืนไม่อยู่ที่แนวต้าน
- เข้า Sell บริเวณ 3,430–3,435 เมื่อเห็นสัญญาณกลับตัว (Bearish Pattern)
- SL: เหนือ 3,450
- TP: 3,394 → 3,349 → 3,293
กรณี 2: รอ Buy เมื่อราคาย่อมาทดสอบแนวรับ
- เข้า Buy ที่แนวรับ 3,349 หรือ 3,293 พร้อมรอ Bullish Signal
- SL: ต่ำกว่าแนวรับที่เลือก
- TP: 3,430 (แนวต้านบนของ Channel)
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องจับตา
- เวลา 21:00 น. ตามเวลาประเทศไทย: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก UOM
- คาดการณ์ 53.5 (สูงขึ้นจากครั้งก่อน 52.2)
- หากตัวเลขออกมาดีเกินคาด อาจเป็นลบต่อราคาทองคำระยะสั้น เพราะจะส่งผลบวกต่อค่าเงินดอลลาร์
สรุป
ทองคำยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะผ่อนคลายนโยบายการเงินในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้นบริเวณแนวต้านสำคัญ และติดตามปัจจัยพื้นฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจ