

1. ปัจจัยพื้นฐาน: แรงหนุนทองจากความตึงเครียดด้านการค้าและการเงินสหรัฐฯ
ราคาทองคำปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% ในวันศุกร์ (23 พ.ค.) และปิดสัปดาห์ด้วยการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากความวิตกเกี่ยวกับนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขู่จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจาก EU ถึง 50% และเรียกเก็บภาษีนำเข้า iPhone ที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ สูงถึง 25% ท่ามกลางสภาวะตลาดหุ้นโลกที่ปรับตัวลดลง นักลงทุนจึงหันมาซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ขณะเดียวกัน ดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงกว่า 0.9% ยิ่งช่วยหนุนราคาทองให้ปรับตัวขึ้นแรง เนื่องจากทำให้ทองถูกลงสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น อีกทั้งการผ่านร่างกฎหมายใช้จ่ายภาครัฐที่อาจเพิ่มหนี้สาธารณะหลายล้านล้านดอลลาร์ ก็ยิ่งเพิ่มแรงหนุนให้ทองคำในช่วงที่ตลาดขาดสภาพคล่องก่อนวันหยุดยาว
2. ปัจจัยทางเทคนิค: ทองยังอยู่ใน Channel ขาขึ้น พร้อมแรงส่งจาก EMA50
กราฟทองคำ Timeframe 1 ชั่วโมง ยังคงเคลื่อนไหวในช่องขาขึ้น (Ascending Channel) ได้อย่างแข็งแรง โดยราคาปัจจุบันยังอยู่เหนือเส้น EMA50 ที่ทำหน้าที่เป็นแนวรับได้น่าเชื่อถือ
- แนวรับสำคัญ: 3,341 และ EMA50 ที่ 3,327 หากหลุดต่ำกว่านี้อาจทดสอบแนวรับใหญ่ที่ 3,279
- แนวต้านสำคัญ: 3,366 หากทะลุได้จะมีโอกาสไปต่อถึง 3,390–3,400
- RSI: ปรับขึ้นมาอยู่บริเวณ 56–61 แสดงให้เห็นถึงแรงซื้อที่ยังมีอยู่แต่ยังไม่ร้อนแรงเกินไป
ภาพรวมทางเทคนิคยังคงสนับสนุนขาขึ้น ตราบใดที่ราคายังไม่หลุดต่ำกว่า EMA50 และแนวรับ 3,327
3. แผนการเทรด: รอจังหวะ Buy ตามแนวโน้ม พร้อมวาง SL อย่างมีวินัย
จากการประเมินทั้งข่าวพื้นฐานและเทคนิค การเทรดทองคำในช่วงนี้ยังคงเน้นฝั่ง Buy เป็นหลัก โดยมี 2 แผนดังนี้:
แผนที่ 1: Buy on Dip
- เข้าเมื่อราคาย่อลงใกล้ 3,340 – 3,327
- SL: ต่ำกว่า 3,320
- TP: 3,366 และ 3,390
แผนที่ 2: Buy เมื่อเบรกแนวต้าน
- เข้าเมื่อราคาทะลุและปิดแท่งเหนือ 3,366
- SL: ใต้แนวต้านเดิม (3,355)
- TP: 3,390 – 3,400
หลีกเลี่ยงการ Short ขณะที่ราคายังอยู่ในกรอบขาขึ้น และยังไม่มีสัญญาณกลับตัวจากแนวต้านสำคัญ
#วิเคราะห์ทองคำ #แผนเทรดทอง #กราฟทองคำ #ข่าวเศรษฐกิจ #สงครามการค้า #Trump #ภาษีนำเข้า #ทองขึ้นแรง #RSI #EMA50 #BuyOnDip