

ราคาทองคำฟื้นตัวจากแรงซื้อสวนทางข่าวลือการค้า
สรุปภาพรวมราคาทองคำ
ราคาทองคำ (XAUUSD) ปิดบวกที่ระดับ 3,349 ดอลลาร์ ในวันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน หลังจากร่วงลงแรงกว่า 3% ในวันก่อนหน้า โดยแรงฟื้นตัวครั้งนี้เกิดจาก:
- การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์
- การช้อนซื้อจากนักลงทุนที่มองว่าราคาปรับฐานลงมามากเกินไปในระยะสั้น
ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)
ข่าวการค้าระหว่างสหรัฐฯ – จีน
ตลาดยังคงจับตาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดมีความเคลื่อนไหวดังนี้:
- ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาส่งสัญญาณเชิงบวกว่าอาจพิจารณาลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนจากเดิม 145% เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด
- รมว.คลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ ปฏิเสธแนวคิดดังกล่าว โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ ยังไม่มีแผนจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นลดภาษี และยังไม่มีการเจรจาร่วมอย่างเป็นทางการ
- โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน เหอ หย่าตง ยืนยันว่าไม่มีการเจรจาทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ในตอนนี้ และข่าวความคืบหน้าในการเจรจานั้น “ไม่มีมูลความจริง” พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกภาษีต่อสินค้าจีนทั้งหมด
บทสรุป:
ข่าวดังกล่าวยังสะท้อนความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนให้กับราคาทองคำในระยะสั้น
การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)
- ราคาทองคำยังอยู่ใน กรอบขาขึ้นระยะสั้น (Ascending Channel)
- ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย EMA 50 ได้ แสดงถึงแรงซื้อยังคงอยู่ในตลาด
- RSI อยู่บริเวณ 53 จุด ถือว่าเป็นกลาง ยังไม่เข้าสู่ภาวะ Overbought หรือ Oversold
แนวรับ – แนวต้านสำคัญ
แนวรับ (Support) แนวต้าน (Resistance)
3,341 3,371
3,313 3,408
แผนการเทรด (Trading Plan)
กลยุทธ์หลัก: Buy on Dip
หากราคาย่อลงและยืนบริเวณแนวรับได้ มีโอกาสเข้าซื้อเพื่อลุ้นดีดตัวในกรอบขาขึ้น
- จุดเข้า (Entry): เมื่อราคาย่อลงบริเวณ 3,341 และมีสัญญาณกลับตัว เช่น แท่งเทียน bullish หรือ RSI ตัดขึ้น
- จุดตัดขาดทุน (Stop Loss): ต่ำกว่าแนวรับถัดไปที่ 3,313 เช่น ตั้ง SL ที่ 3,308
- จุดทำกำไร (Take Profit):
- เป้าหมายแรกที่ 3,371 (แนวต้านแรกในกรอบ)
- เป้าหมายถัดไปที่ 3,408 หากราคาสามารถทะลุกรอบขึ้นไปได้
กลยุทธ์เสริม: Wait and See
หากราคาทะลุลงต่ำกว่าแนวรับ 3,313 อาจชะลอการเข้าซื้อ และรอให้ราคาสร้างฐานใหม่หรือมีสัญญาณ reversal ที่ชัดเจน
บทสรุป
ราคาทองคำยังมีโอกาสฟื้นตัวในกรอบขาขึ้นหากไม่มีแรงกดดันจากข่าวลบเพิ่มเติม นักลงทุนสามารถใช้จังหวะย่อตัวเป็นโอกาสเข้าซื้อในกรอบความเสี่ยงที่เหมาะสม ขณะที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ควรจับตาอย่างใกล้ชิด