

ทองคำพุ่งทะลุ 3,300 ดอลลาร์! ขาขึ้นยังไปต่อได้อีกหรือไม่?
ราคาทองคำพุ่งทะลุระดับจิตวิทยา 3,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันพุธที่ผ่านมา (16 เม.ย.) และทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ โดยมีแรงหนุนหลักจาก:
- การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ
- ความวิตกกังวลต่อสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน
- นักลงทุนแห่ถือทองคำเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย”
FXTM ให้มุมมองว่า หากราคายืนเหนือ 3,300 ดอลลาร์ได้อย่างแข็งแกร่ง มีโอกาสที่ราคาจะเร่งขึ้นต่อไปยังเป้าหมายถัดไปที่บริเวณ 3,400 – 3,500 ดอลลาร์
ปัจจัยพื้นฐานที่ต้องจับตา
สงครามการค้าร้อนแรงขึ้น:
จีนตอบโต้โดยขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เป็น 125% หลังจากสหรัฐฯ ประกาศปรับขึ้นภาษีจากจีนเป็น 145% ส่งผลให้นักลงทุนไม่มั่นใจในแนวโน้มเศรษฐกิจโลก
คำกล่าวจาก "เจอโรม พาวเวล":
ภาษีที่สูงเกินคาด อาจกระตุ้น เงินเฟ้อ และทำให้ เศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งอาจขัดต่อเป้าหมาย Dual Mandate ของเฟด ที่ต้องการดุลระหว่าง การจ้างงานเต็มที่ และ เงินเฟ้อ 2%
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศคืนนี้:
1. ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน คาดการณ์ 225K (บวกต่อทอง)
2. ดัชนีภาคการผลิต Philly Fed คาดการณ์ 2.2 ลดลงจากครั้งก่อน 12.5 (บวกต่อทอง)
มุมมองทางเทคนิค
จากกราฟ H1 ราคาทองคำยังคงวิ่งอยู่ในกรอบขาขึ้น (ascending channel) โดยมีแนวรับ-แนวต้านสำคั
- แนวรับ: 3,300 / 3,285 / 3,262 (บริเวณ Demand Zone และ EMA50)
- แนวต้าน: 3,357 (High ล่าสุด)
หากราคาย่อลงแล้วเกิดแท่งกลับตัวบริเวณแนวรับ อาจเป็นจุดเข้า Buy ตามเทรนด์ พร้อมเป้าหมายไปที่แนวต้านเดิม และอาจขยับขึ้นไปทดสอบ 3,400 ได้
กลยุทธ์เทรด: Buy on Dip
- เข้าซื้อเมื่อราคาย่อลงบริเวณ 3,300 หรือใกล้ EMA50 แล้วมีแท่งกลับตัว
- Stop loss ใต้ 3,260
- Take profit ที่ 3,357 หรือทะลุขึ้นไปหากแรงซื้อยังคงอยู่
สรุปภาพรวม:
ทั้งปัจจัยพื้นฐานและเทคนิคอลยังคงหนุนให้ทองคำ “ไปต่อ” ได้ในระยะสั้น โดยเฉพาะหากยังไม่มีแรงขายแรงจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจคืนนี้ การย่อตัวอาจเป็นเพียงจังหวะ "ซื้อซ้ำ" ในเทรนด์ขาขึ้น