

บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 1 เม.ย. 2025
ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในวันจันทร์ที่ผ่านมา (31 มี.ค.) และเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยได้รับแรงหนุนจากความวิตกเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนแห่ซื้อทองคำในฐานะ "สินทรัพย์ปลอดภัย" ท่ามกลางความเสี่ยงของสงครามการค้า
Fundamental Insight:
- ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% และเตรียมเรียกเก็บ "ภาษีศุลกากรตอบโต้" ต่อทุกประเทศทั่วโลกในวันที่ 2 เม.ย.
- ขู่เก็บภาษี 25-50% ต่อประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย หากขัดขวางความพยายามยุติสงครามในยูเครน
- ความเสี่ยงดังกล่าวส่งผลให้ตลาดทองคำได้รับแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
- Goldman Sachs คาดการณ์ว่า ราคาทองคำอาจพุ่งทะลุ $4,500 ภายใน 12 เดือน
- เฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยถึง 3 ครั้งในปีนี้เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของ "เจอโรม พาวเวล" ในคืนวันศุกร์ที่ 4 เม.ย. ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มการเงินและทองคำ
Technical Analysis:
- กราฟ 1 ชั่วโมงแสดง แนวโน้มขาขึ้นชัดเจน โดยราคาเคลื่อนในกรอบ Ascending Channel
- EMA50 ทำหน้าที่เป็นแนวรับได้น่าเชื่อถือ และยังไม่มีสัญญาณการหลุดเทรนด์
- RSI ขึ้นมาถึงระดับ 71.68 (Overbought) บ่งชี้ว่าอาจมีแรงขายบางส่วนในระยะสั้น
- แนวต้านสำคัญที่ 3,146 หากเบรกได้จะเปิดทางสู่การทำ New High ต่อเนื่อง
- แนวรับสำคัญได้แก่:
- 3,127
- 3,111
- EMA50 ที่ 3,101
- โซนลึกสุดบริเวณ 3,099
แผนการเทรดที่แนะนำ
Buy the Dip (เน้นตามเทรนด์)
- รอราคาย่อลงมาแนวรับบริเวณ 3,127–3,111 เพื่อเข้า Buy
- เพิ่มไม้หากราคาลงใกล้ EMA50 (3,101)
- SL: ต่ำกว่า 3,090
- TP: 3,146 / ถ้าเบรกได้อาจเห็น 3,160 หรือสูงกว่าในระยะกลาง.
Sell สั้น (สำหรับสายเทรดสั้นสวนเทรนด์)
- หากราคาทดสอบ 3,146 แล้วเกิดแท่งกลับตัว (bearish rejection)
- เข้า Sell พร้อม SL เหนือ 3,150
- TP: 3,127 / 3,111
สรุปภาพรวม:
แรงซื้อจากความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและนโยบายสหรัฐฯ ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของราคาทองคำในระยะนี้ ขณะที่ภาพเทคนิคยังสนับสนุนขาขึ้น จังหวะการย่อจึงยังเป็นโอกาสเข้าซื้อสำหรับนักเทรดตามเทรนด์