

วิเคราะห์ราคาทองคำรายชั่วโมง (XAUUSD)
1. ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)
ราคาทองคำปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ (21 มี.ค.)
- จากแรงขายทำกำไรหลังแตะ All-time high ที่ $3,057.21 เมื่อวันพฤหัสฯ (20 มี.ค.)
- ดัชนี ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า +0.3% แตะจุดสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ → กดดันราคาทองคำที่ซื้อขายในรูปดอลลาร์ให้แพงขึ้นสำหรับต่างชาติ
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มทองคำยังได้รับแรงสนับสนุนจาก:
- ความไม่แน่นอนทาง เศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ เช่น แผนการขึ้นภาษีของประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 2 เม.ย.
- เฟดคงดอกเบี้ย และส่งสัญญาณ จะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ → บวกต่อทองคำในระยะกลาง-ยาว
???? ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญคืนนี้ (24 มี.ค.):
PMI ภาคการผลิต (20:45 น.)
คาดการณ์: 51.9 | ครั้งก่อน: 52.7 → ???? เป็นบวกต่อทองคำ
PMI ภาคบริการ (20:45 น.)
คาดการณ์: 51.2 | ครั้งก่อน: 51.0 → ???? เป็นลบต่อทองคำ
ตลาดจึงอาจผันผวนในช่วงค่ำ รอผลตัวเลข PMI ทั้ง 2 ตัว
2. ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis)
- ราคายังคงอยู่ต่ำกว่าเส้น EMA50 รายชั่วโมง → แนวโน้มระยะสั้นยังเป็นขาลง
- RSI ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 43 → ยังไม่ oversold แต่ยังไม่มีแรงซื้อชัดเจน
- ราคาเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง $2,999 - $3,026 หลังหลุดแนวรับเดิม
แนวต้าน:
- $3,026 – แนวต้านแรกใกล้ EMA50
- $3,038 – แนวต้านสำคัญ หากผ่านได้จะเริ่มเปลี่ยนแนวโน้ม
- $3,047 – แนวต้านระดับสูงสุดก่อนหน้า
แนวรับ:
- $3,000 – แนวจิตวิทยาและแนวรับสำคัญ
- $2,999 – หากหลุด มีโอกาสลงต่อแรง
แผนการเทรด (Trade Plan)
กรณีที่ราคาไม่สามารถกลับขึ้นเหนือ $3,026:
กลยุทธ์: เทรดฝั่งขาย
- Entry: $3,025 - $3,028 (แนวต้าน + EMA50)
- SL: เหนือ $3,03
- TP1: $3,000
- TP2: $2,990
กรณีราคาทองยืนเหนือ $3,000 และเกิดแท่งกลับตัว:
กลยุทธ์: เทรดฝั่งซื้อ (Buy on Dip)
- Entry: $3,000 - $3,005
- SL: ต่ำกว่า $2,990
- TP1: $3,026
- TP2: $3,038
บทสรุปภาพรวม
แม้ราคาทองจะถูกกดดันจากดอลลาร์แข็งและแรงขายทำกำไรในระยะสั้น แต่แรงหนุนจากเฟดที่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย และปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังช่วยประคองแนวโน้มโดยรวม ทำให้ หากราคายืน $3,000 ได้ อาจเห็นแรงซื้อกลับเข้ามาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม จับตา PMI สหรัฐฯ คืนนี้ เวลา 20:45 อย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นตัวเร่งให้ราคาทองเกิดแรงเหวี่ยงรอบใหม่ได้