การใช้ RSI ในการเทรดทำกำไร

อ่าน 135


ฉบับย่อ

RSI หรือดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ เป็นตัวชี้วัดทางเทคนิคในการวิเคราะห์ตลาดหุ้น ตลาดฟอเร็กซ์ ช่วยระบุสภาวะซื้อมากเกินไปและขายมากเกินไป แต่ควรใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ และต้องระวังการตีความผิดพลาด สัญญาณเท็จ และการตั้งค่าที่ไม่เหมาะสม


RSI ย่อมาจาก "Relative Strength Index" ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า "ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์" นี่คือตัวชี้วัดทางเทคนิคที่ใช้ในการวิเคราะห์ตลาดหุ้นหรือตลาดการเงิน เพื่อวัดความแข็งแกร่งหรือความอ่อนแอของราคาสินทรัพย์ในช่วงเวลาหนึ่งๆ โดยพิจารณาจากการปิดราคาสูงและปิดราคาต่ำในช่วงเวลานั้น เป็นตัวชี้วัดที่มีค่าอยู่ในช่วง 0 ถึง 100 และใช้เพื่อชี้บ่งสภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือขายมากเกินไป (Oversold) ของสินทรัพย์นั้นๆ และช่วยในการตัดสินใจซื้อหรือขายสำหรับผู้เทรด

 

RSI หรือ Relative Strength Index เป็นตัวชี้วัดทางเทคนิค (Technical Indicator) ที่ใช้วัดความแข็งแกร่งหรือความอ่อนแอของราคาหุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์, ค่าเงิน, หรือสินทรัพย์การลงทุนอื่นๆ ในตลาดการเงิน โดยปกติจะมีช่วงค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 100 และใช้ในการตรวจสอบสภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือขายมากเกินไป (Oversold) ของสินทรัพย์นั้นๆ

 

การทำงานของ RSI

RSI คำนวณโดยการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของราคาที่ปิดสูงในช่วงเวลาหนึ่งกับค่าเฉลี่ยของราคาที่ปิดต่ำในช่วงเวลาเดียวกัน โดยสูตรทั่วไปในการคำนวณ RSI คือ:

 

 โดย RS (Relative Strength) เป็นอัตราส่วนของค่าเฉลี่ยของการปิดสูงต่อค่าเฉลี่ยของการปิดต่ำในช่วงเวลาที่กำหนด (เช่น 14 วัน).

 

การใช้ RSI ในการเทรด

1.ระดับ Overbought และ Oversold: RSI มีค่ามากกว่า 70 ถือว่าเป็นสภาวะ Overbought (ซื้อมากเกินไป) ซึ่งอาจบ่งบอกถึงการปรับตัวลดลงของราคาในอนาคต ในทางกลับกัน, RSI มีค่าน้อยกว่า 30 ถือว่าเป็นสภาวะ Oversold (ขายมากเกินไป) ซึ่งอาจบ่งบอกถึงการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาในอนาคต.


2.การแสดงสัญญาณ Divergence: การเกิด Divergence เมื่อ RSI และราคาสินทรัพย์เคลื่อนที่ในทิศทางตรงกันข้ามกัน อาจบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มราคา.

จากภาพ เราจะพบว่าราคา ปรับตัวขึ้น แต่ะอินดิเคเตอร์กดตัวต่ำลง มีโอกาสลงได้ค่ะ

3.การตัดเส้นระดับกลาง (50 Line Cross): การที่ RSI ตัดผ่านระดับ 50 อาจใช้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม, โดยการขึ้นไปเหนือ 50 บ่งชี้ถึงแนวโน้มขาขึ้น และการตกลงไปต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงแนวโน้มขาลง.

 

ข้อควรระวังในการใช้ RSI

การใช้ RSI ในการวิเคราะห์ตลาดมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังที่สำคัญที่นักลงทุนและนักเทรดควรทราบ:

 1. การตีความสัญญาณผิดพลาด: แม้ว่า RSI จะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการระบุสภาวะ Overbought หรือ Oversold แต่การตีความสัญญาณเหล่านี้อาจเป็นไปได้ยาก เพราะบางครั้งตลาดสามารถอยู่ในสภาวะเหล่านี้ได้นานก่อนที่จะมีการกลับตัวของราคาจริงๆ


 2. Divergence อาจไม่นำไปสู่การกลับตัวของราคาเสมอไป: การค้นพบ Divergence ระหว่าง RSI และราคาสินทรัพย์อาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้ม แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่ Divergence จะนำไปสู่การกลับตัวของราคา ควรใช้ข้อมูลอื่นๆ เพื่อยืนยันก่อนการตัดสินใจทำการเทรด


3. อาจมีสัญญาณเท็จ: เหมือนกับตัวชี้วัดทางเทคนิคอื่นๆ RSI ก็อาจให้สัญญาณเท็จ เช่น อาจแสดงสัญญาณ Overbought หรือ Oversold แต่ราคาไม่มีการกลับตัวตามที่คาดการณ์ไว้

4. ไม่ควรใช้ RSI เป็นเครื่องมือเดียว: แม้ RSI จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่การพึ่งพามันเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจทางการเงินหรือการเทรดอาจไม่ปลอดภัย ควรใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่นๆ และการวิเคราะห์พื้นฐานเพื่อการตัดสินใจที่ดีกว่า

 5. การตั้งค่า RSI ที่ไม่เหมาะสม: การตั้งค่าระยะเวลาสำหรับการคำนวณ RSI (เช่น 14 วันเป็นมาตรฐาน) อาจไม่เหมาะสมกับทุกสถานการณ์หรือทุกชนิดของสินทรัพย์ การปรับแต่งการตั้งค่าเพื่อให้เหมาะสมกับสไตล์การเทรดและเป้าหมายการลงทุนของคุณอาจจำเป็น

โดยรวมแล้ว, RSI เป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าในการวิเคราะห์ทางเทคนิค แต่ควรใช้ร่วมกับเครื่องมือและวิธีการวิเคราะห์อื่นๆ เพื่อให้ได้ภาพรวมที่ชัดเจนและการตัดสินใจที่มีข้อมูลครบถ้วน.


ฟอเร็กซ์    FOREX    indicator    การใช้ RSI    RSI   
อ้างอิง